รวมเทคนิคเลือกสีทาบ้านจาก Voqe ตั้งแต่การดูโทนแสง ทดสอบสีจริง ไปจนถึงการจับคู่สีให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์และสไตล์บ้าน
การเลือกสีทาบ้านดูเหมือนเรื่องง่าย แต่หลายคนที่เคยทาสีมาก่อนคงเคยเจอปัญหา เลือกสีจากชาร์ตแล้วพอทาจริงกลับไม่ตรงกับที่คิดไว้ บทความนี้รวมเทคนิคจาก Voqe ที่จะช่วยให้เลือกสีได้ตรงใจตั้งแต่ครั้งแรก
สีเดียวกันอาจดูต่างกันมากระหว่างห้องที่รับแสงธรรมชาติกับห้องที่ใช้ไฟหลอดสีเหลืองหรือสีขาว ก่อนตัดสินใจ ควรทดลองทาสีตัวอย่างบนผนังจริงขนาดประมาณ 30x30 ซม. แล้วดูทั้งช่วงเช้า กลางวัน และกลางคืน เพราะแสงแต่ละช่วงเวลาจะเปลี่ยนโทนสีที่เห็นได้ชัดเจน
สีขาวหรือสีเบจที่ดูเรียบง่าย จริง ๆ แล้วมักมีโทนสีแฝง (undertone) อยู่ เช่น ขาวอมชมพู ขาวอมเหลือง หรือขาวอมฟ้า การเทียบสีตัวอย่างหลาย ๆ เฉดข้างกันจะช่วยให้เห็นโทนแฝงเหล่านี้ชัดขึ้น และเลือกได้เหมาะกับโทนเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นบ้านที่มีอยู่แล้ว
แต่ละสีให้ความรู้สึกต่างกัน สีโทนอุ่นอย่างส้มหรือเหลืองช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นเหมาะกับห้องนั่งเล่น สีโทนเย็นอย่างฟ้าหรือเขียวช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเหมาะกับห้องนอน ส่วนสีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาลหรือเบจให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ เหมาะกับเกือบทุกพื้นที่ในบ้าน
ห้องขนาดเล็กหรือเพดานต่ำ ควรเลือกสีอ่อนเพื่อให้ห้องดูโปร่งกว้างขึ้น ส่วนห้องขนาดใหญ่สามารถใช้สีเข้มหรือสีตัดเพื่อสร้างจุดเด่นได้โดยไม่ทำให้ห้องดูอึดอัด
นอกจากเฉดสีแล้ว ความเงา (sheen) ก็มีผลต่อความรู้สึกและการใช้งาน สีด้าน (matte) เหมาะกับผนังห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนเพราะช่วยกลบรอยตำหนิ ส่วนสีกึ่งเงา (satin) หรือสีเงา (semi-gloss) เหมาะกับห้องครัวหรือห้องน้ำเพราะทำความสะอาดง่ายและทนความชื้นได้ดีกว่า
อย่าตัดสินใจเลือกสีจากแผ่นตัวอย่างเล็ก ๆ เพียงอย่างเดียว ควรซื้อสีตัวอย่างขนาดเล็กมาทดลองทาจริงบนผนัง เพื่อดูผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อสีปริมาณมากมาทาทั้งบ้าน
การเลือกสีทาบ้านที่ดี คือการผสมผสานระหว่างความชอบส่วนตัว การเข้าใจแสงและพื้นที่ในบ้าน และการทดลองจริงก่อนตัดสินใจ หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนเลือกสีที่ถูกใจได้ตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณไปกับการทาซ้ำ